บัวเต็ง & มุลเลอร์ ดาวดวงเดิมที่เปล่งประกายด้วยฝีมือของ ฮันซี่ ฟลิค

0
379

บัวเต็ง & มุลเลอร์ ดาวดวงเดิมที่เปล่งประกายด้วยฝีมือของ ฮันซี่ ฟลิค

บัวเต็ง & มุลเลอร์ ดาวดวงเดิมที่เปล่งประกายด้วยฝีมือของ ฮันซี่ ฟลิค

เมื่อช่วงต้นปีก่อน โยอาคิม เลิฟ เฮดโค้ชทีม “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ได้ออกมาบอกว่ามุลเลอร์, บัวเต็ง และ มัตส์ ฮุมเมิลส์ ปราการหลังจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของเขาอีกต่อไป นอกจากนั้น บาเยิร์นยังคว้าตัวนักเตะหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพมากมายเมื่อช่วงเปิดตลาดนักเตะ ทำให้สถานการณ์ของสองรายแรกนั้นดูจะริบหรี่ลงเรื่อยๆ

การมาของคูตินโญ และเปริซิช ทำให้บาเยิร์นมีตัวเลือกในการเล่นเกมรุกมากขึ้น ขณะที่การคว้าตัวปราการหลังดีกรีแชมป์โลกชาวฝรั่งเศสอย่างลูคัส แอร์กน็องเดซ และ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ เข้ามา ก็ยิ่งทำให้โอกาสในการยึดตำแหน่งตัวจริงของบัวเต็งน้อยลงไปทุกที

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 มุลเลอร์ก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์นภายใต้การคุมทีมของหลุยส์ ฟาน กัล มาจนถึงเมื่อสิ้นฤดูกาลที่ผ่านมาที่มุลเลอร์คว้าถาด “ไมสเตอร์ชาเล่อ” หรือแชมป์บุนเดสลีกาไปแล้วถึง 8 สมัย ทว่าในซีซั่นที่ผ่านมา เขากลับถูกลดบทบาทลงภายใต้การคุมทีมของนิโก โควัช โดยถูกเปลี่ยนตัวออกถึง 17 เกมจาก 28 เกมที่ได้ลงสนามเพราะต้องแข่งกันทำผลงานกับฮาเมส โรดริเกวซ เพื่อต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกกัน แต่เขาก็ยังทำผลงานได้ไม่เลว ยิงไป 6 ประตู และทำอีก 9 แอสซิสต์ให้กับทีม “เสือใต้”



ในฤดูกาลนี้ก็เช่นกัน มุลเลอร์ยังต้องแข่งโชว์ผลงานกับคูตินโญ ทำให้เขาได้โอกาสลงสนามเพียง 10 เกมภายใต้การคุมทีมของโควัช ซึ่งเป็นการออกสตาร์ทตัวจริงเพียง 5 นัดเท่านั้น แต่หลังจากโควัชมีอันต้องโบกมือลาทีม “เสือใต้” ไป อนาคตของมุลเลอร์กับทีมรักก็กลับมาสดใสอีกครั้ง เมื่อฮันซี่ ฟลิค ได้รับแต่งตั้งให้มากุมบังเหียนแทน โดยฟลิคเคยเป็นมือขวาของโยอาคิม เลิฟ เมื่อตอนที่เยอรมนีคว้าแชมป์โลกที่บราซิลได้ในปี 2014 ซึ่งมุลเลอร์ยิงไปถึง 5 ลูกในการแข่งขันครั้งนั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ฟลิคจะมองข้ามความสามารถของแข้งอินทรีเหล็กวัย 30 กะรัตคนนี้

“เขามีเซ้นส์ที่ดีมากในเรื่องแผนการเล่นและเป็นนักเตะคนสำคัญมากๆในสนาม” ฟลิคกล่าวถึงมุลเลอร์ “เขาคือมือขวาของโค้ชเลยล่ะ เขาคือผู้นำทีม นำเพื่อนร่วมทีมทุกคนได้และเล่นบอลในระดับที่สูงมาก โทมัสคือนักเตะที่เล่นให้ทีมไหนก็ดีไปหมด”

แล้วมุลเลอร์ก็แผลงฤทธิ์ทันทีที่ฟลิคเข้ามาคุมทีม ด้วยการจ่ายสองแอสซิสต์ในเกม “แดร์ คลาสสิกเคอร์” ที่ “เสือใต้” ถล่ม “เสือเหลือง” 4-0 ประตู จากผลงาน 0 ประตู 4 แอสซิสต์ในยุคของโควัช เขากลับมาระเบิดฟอร์มเดินหน้าทำผลงานรวม 6 ประตู 12 แอสซิสต์ภายใต้เฮดโค้ชคนใหม่

เชโรม บัวเต็ง ก็เป็นนักเตะ “เสือใต้” อีกคนที่กลับมาได้รับโอกาสจากฟลิค หลังจากที่ในซีซั่นก่อนได้โอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง 9 นัด และในช่วงต้นซีซั่นนี้โอกาสก็ยังริบหรี่เหมือนเดิม ได้ออกสตาร์ทเพียง 6 จาก 10 เกมแรกทั้งที่กองหลังบาเยิร์นได้รับบาดเจ็บกันเพียบ จริงอยู่ว่ากองหลังอย่างบัวเต็งนั้นผ่านช่วงอายุที่ถือว่าพีคสำหรับอาชีพค้าแข้งมาแล้ว แต่อย่าลืมว่าปราการหลังแห่งเสือใต้คนนี้ได้ชื่อว่าเป็นควอเตอร์แบ็กแห่งวงการลูกหนัง ในเรื่องการครอบครองบอล ถือว่าเขายังคงเป็นหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็กที่ดีที่สุดในโลก

คำถามก็คือ บัวเต็งยังทำได้ดีแค่ไหนในตอนที่ไม่ได้เป็นฝ่ายครองบอล เขายังสามารถป้องกันและเบียดแย่งบอลกลับมาจากฝ่ายตรงข้ามได้อยู่หรือไม่ ซึ่งบัวเต็งก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าตัวเองยังมีดีหลังได้รับโอกาสจากฟลิค

“ฮันซี่คือโค้ชระดับท็อปและคู่ควรกับตำแหน่งนี้จริงๆ เขาคือคนที่สุดยอดและมีเซ้นส์เรื่องนักเตะที่ยอดเยี่ยมทีเดียว เขาเคารพผู้อื่นมากและปฏิบัติต่อนักเตะอย่างมืออาชีพไม่ว่าจะได้ลงเล่นหรือไม่ เขาทำให้ทุกคนรู้สึกว่าตนเองสำคัญ เขาเหมือนยุปป์ ไฮน์เคส เลยล่ะ” บัวเต็งกล่าวถึงเฮดโค้ชคนใหม่


บัวเต็งได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงถึง 9 เกม หลังจากฟลิคก้าวขึ้นมาคุมทีม “เสือใต้” และยังจ่ายแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมได้อีกด้วย นอกจากนี้เขายังช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีทได้ถึง 6 นัด จึงไม่แปลกใจที่ปราการหลังคนนี้จะกลับมามั่นใจในตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ และรู้สึกว่าตัวเองยังมีความสำคัญต่อทีมรักอยู่เหมือนเดิม
และแล้วฟลิคก็สามารถพาทีม “เสือใต้” ทะยานกลับขึ้นไปอยู่ในจุดที่ควรจะอยู่ แถมยังได้รับสัญญาคุมทีมถาวรไปเป็นที่เรียบร้อย ผลงานอันยอดเยี่ยมแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการกินบุญเก่าใช้ผู้เล่นเก๋าๆ ที่มีประสบการณ์มากมายเพียงเท่านั้น แต่ฟลิคยังสร้างนักเตะดาวรุ่งอย่างอัลฟอนโซ เดวีส์ หรือ โยชัว เซียร์คซี ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับความสำเร็จของทีมครั้งนี้อีกด้วย

ในเกมล่าสุดของทีมบาเยิร์นก่อนบุนเดสลีกาจะมีอันต้องหยุดชะงักเพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา เกมนั้นพวกเขาคว้าชัยได้สำเร็จด้วยสกอร์ 2-0 โดยที่ประตูปิดกล่องในช่วงท้ายเกมมาจากการประสานงานอันยอดเยี่ยมระหว่างแซร์จ นาบรี และ เลออน โกเร็ตซ์กา แต่ประตูที่ปลดล็อกชัยชนะให้บาเยิร์นแท้จริงแล้วคือประตูที่บัวเต็งวางบอลแอสซิสต์ให้มุลเลอร์หลุดเข้าไปยิงให้ทีม “เสือใต้” ขึ้นนำในนาทีที่ 53

ถึงจะมีใครมองว่าช่วงเวลาทองของสองแข้งตัวเก๋านั้นน้อยลงไปทุกที แต่ “พี่เสือ” ก็ยังคงหวังพึ่งพาพวกเขาได้เสมอ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here